http://uranian.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

 หลักสูตรศึกษา

 บทความน่ารู้

 เว็บบอร์ด-กระทู้

 Chat & Live online

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ02/09/2009
อัพเดท10/08/2016
ผู้เข้าชม45,071
เปิดเพจ66,383

กำเนิดยูเรเนี่ยน

พื้นฐานโหราศาสตร์

นิสัยราศี

iGetWeb.com
AdsOne.com

Astrostory: ปรัชญาโหราศาสตร์ที่แฝงในสามก๊ก

Astrostory: ปรัชญาโหราศาสตร์ที่แฝงในสามก๊ก

“ปรัชญาโหราศาสตร์ที่แฝงในสามก๊ก”

 

“สามก๊ก” เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่บันลือโลก แต่งโดยหลอกวั้นจง (ปลายราชวงศ์หยวนต้นราชวงศ์หมิง หรือประมาณ ค.ศ. 1330-1400) เขียนถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของจีนในช่วง ค.ศ. 220-280 ที่เรียกกันว่า “ยุคสามก๊ก” เริ่มต้นตั้งแต่เล่าปี่, กวนอู, เตียวหุย ร่วมสาบานในสวนท้อ  เรื่อยไปจนถึงราชวงศ์ไซจิ้นรวมแผนดินจีนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง  ท้องเรื่องสลับซับซ้อนชวนน่าติดตามบรรยายละเอียดลออดึงดูดใจ  และพราวไปด้วยหลักปรัชญา หลักจริยธรรม หลักพิชัยยุทธ์ หลักกลเม็ด (และอีกมากหมาย) อันควรแก่การศึกษาทั้งสิ้นและที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่งก็คือ  บุคลิกตัวละครที่กล่าวถึงและเรื่องราวที่บรรยายไว้นั้นส่วนมากจะตรงกับข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์จนนักวิชาการหลายท่านลงข้อยุติว่า “สามก๊ก” นั้น “จริง 7 ส่วน แต่ง 3 ส่วน” เกือบจะถือได้ว่าเป็นตำราประวัติศาสตร์หรือพงศาวดารไปแล้ว

เหตุนี้เอง “สามก๊ก” จึงมิเพียงแต่เป็นนิยายคลาสสิคที่ได้รับการต้อนรับอย่างกว้างขวางทุกยุคทุกสมัยในประเทศจีน หากยังได้รับการแปลถ่ายทอดเป็นภาษาต่างๆ หลายสิบภาษา กลายเป็นวรรณกรรมชั้นยอดเยี่ยมที่แพร่หลายไปทั่วโลกนับร้อยๆ ปีมิรู้เสื่อม

 

“แผ่นดินทางเหนือย่อมขยายตัวได้ดีกว่าทางใต้”

(แม่ทัพโจโฉ ได้กล่าวคำนี้ไว้)

 

ครั้งแรกที่ท่านผู้อ่านได้อ่านข้อความข้างบนมีความรู้สึกเช่นไร? ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้อ่านก็มีความรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเหตุผลจนข้าพเจ้าได้เข้ารับการอบรม “โหราศาสตร์ยูเรเนียน” จากอาจารย์วิโรจ กรดนิยมชัย ก็พบว่าคำนี้มีเหตุและผลทางโหราศาสตร์อยู่ไม่น้อยทีเดียว

ขอเริ่มต้นด้วยปรัชญาพื้นฐานกันก่อนนะครับ “เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างเป็นเช่นนั้น” เหตุที่ข้าพเจ้ายกปรัชญาพื้นฐานขึ้นมานั้นมีจุดประสงค์ให้ท่านผู้อ่านมองเห็นภาพโดยกว้างให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อโจโฉผู้ที่กล่าวคำนี้เป็นมนุษย์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ย่อมแสดงว่าโลกใบนี้มีส่วนที่เทียบเคียงได้กับคำพูดของโจโฉเช่นกัน หากท่านผู้อ่านทั้งหลายได้สังเกตแผนที่โลกจะพบเหมือนข้าพเจ้าว่าบริเวณเส้นศูนย์สูตรเหนือและใต้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรจะมีแผนดินที่ติดต่อกันเป็นทิวแถวง่ายต่อการติดต่อและขยายพื้นที่ได้ง่าย มีการอยู่เป็นหมู่คณะในพื้นที่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งแตกต่างกับบริเวณใต้เส้นศูนย์สูตรจะมีการขยายตัวไปในลักษณะที่อยู่ในวงจำกัดเนื่องจากเต็มไปด้วยเกาะแก่งหรือไม่ก็เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่อยู่โดดเดี่ยว ทำให้มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นและการดำรงชีวิตอย่างเป็นเอกลักษณ์ในบริเวณนั้น

 นอกจากนั้นยังสามารถอธิบายให้ละเอียดลออตามแบบโหราศาสตร์ได้อีกด้วย  ถ้าท่านผู้อ่านมีความรู้โหราศาสตร์ในระบบยูเรเนี่ยนท่านอาจเคยสงสัยว่าทำไมระบบนี้จึงตั้งเรือนชะตาแรกของโลกไว้ที่ราศี  ตุลแทนที่จะเป็นราศีเมษ  ความจริงแล้วเหตุผลก็คือสามารถใช้ได้ทั้งสองแบบแต่ใช้คนละซีกโลก 

บริเวณซีกโลกเหนือจะมีเรือนชะตาแรกของโลกเป็น”ราศีตุล” เหตุเพราะปรัชญาพื้นฐานได้กล่าวว่า “เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างเป็นเช่นนั้น” จากทรงกลมฟ้าที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางเมื่อโลกเดินทางปัดเหนือสูงสุดจะเป็นช่วงราศีกรกฎ จากจุดนี้ท่านผู้รู้จึงตั้งราศีกรกฎเป็นเรือนที่สิบ (เมอริเดียนจุดจอมฟ้า) ของฝั่งซีกโลกเหนือจึงทำให้”ราศีตุล”ต้องเป็นราศีที่หนึ่งของฝั่งซีกโลกเหนือ “ราศีตุล”มีลักษณะไปในรูปแบบผสมผสานกลมกลืน, ประนีประนอม, มีสังคมทางความคิดที่เปิดกว้าง จึงทำให้วัฒนธรรมไม่โดดเด่นมากนะ

บริเวณซีกโลกใต้ก็มีมูลฐานปรัชญาเดียวกัน ถ้าเราแบ่งทรงกลมฟ้าเป็น 2 ส่วนคือเหนือและใต้ เมื่อโลกเดินทางปัดใต้จนสุดจะเป็นช่วงราศีมังกร จุดนี้จึงถูกอนุมานด้วยปรัชญาให้เป็น เรือนที่สิบ (เมอริเดียนจุดจอมฟ้า) ของฝั่งซีกโลกใต้ จึงทำให้ราศีเมษเป็นราศีที่หนึ่งของฝั่งซีกโลกใต้ “ราศีเมษ” มีลักษณะไปในทางแข็งๆไม่อ่อนโยน เป็นคนดุๆ มีข้อจำกัดในการอยู่ในหมู่คณะ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นและร่วมถึงวัฒนธรรมที่มีรูปแบบในเชิงปิด

ถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านคงจะเข้าใจเหตุและผลจากคำพูดของโจโฉที่กล่าวว่า “แผ่นดินทางเหนือย่อมขยายตัวได้ดีกว่าทางใต้” ด้วยความที่โจโฉเข้าใจเหตุและผลในข้อนี้ดี จึงทำให้ตอนที่ท่านมีอำนาจในราชสำนักเลือกเข้าโจมตีแผ่นดินทางเหนือของจีนจนหมดอันเป็นศูนย์รวมของเมืองต่างๆที่รุ่งเรืองและเป็นปึกแผ่นอยากที่จะล้มล้างโดยง่าย แม้แต่เล่าปี่และลิโป้ผู้เป็นขุนศึกที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งก็ยังเคยสยบให้กับแม่ทัพโจโฉมาแล้ว แต่เนื่องจากลักษณะของคนทางเหนือคือการผสมผสานของหลายกลุ่มทำให้เกิดปัญหาภายในอยู่เนืองๆ ซึ่งต่างจากทัพของเล่าปี่ที่มีขงเบ้งเป็นมันสมองและทัพซุนกวนที่อยู่ทางใต้ แม้ทั้งสองทัพทางใต้จะมีใจเด็ดเดี่ยวตามลักษณะคนทางใต้แต่ก็มีข้อจำกัดในการขยายพื้นที่ ผู้คนที่เป็นทหารก็มีน้อยเพียงหยิบมือ ไม่สามารถต่อกรโดยโดดเดี่ยวได้ ทัพเล่าปี่จึงต้องจำใจร่วมมือกับทัพซุนกวนต่อต้านกองทัพของโจโฉ แต่ตามลักษณะคนทางใต้ที่ดื้อรั้นและขี้ระแวงทำให้ทัพเล่าปี่และทัพซุนกวนต้องคอยชิงไหวชิงพริบขัดใจกันตลอด  ในที่สุดจุดจบของวรรณกรรมนิยายสุดคลาสสิค”สามก๊ก”ก็จบลงด้วยการล่มสลายของจ๊กก๊ก(ทัพเล่าปี่)และหง่อก๊ก(ทัพซุนกวน)

ข้อคิดจากจุดจบของวรรณกรรมสามก๊กนี้ทำให้ข้าพเจ้าพบว่าการเป็นตัวของตัวเองและมีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ใช่ว่าจะดีเสมอไป หากเราไม่รู้จักการผสมผสานความรู้ความคิดเห็นย่อมไม่เกิดมุมมองที่แปลกใหม่ไว้เป็นทางเลือกในยามหมดหนทางแก้ไข  หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านผู้อ่านได้ค้นพบมุมมองใหม่ในชีวิต  แต่ถึงอย่างไรก็อย่าลืม “สามัคคีคือพลัง” นะครับ

 

เขียนโดย .... Phoenix

13 มกราคม 2552

 

 

 

 

Tags :

view
view